บริการดุจญาติมิตร ใช้สิทธิเท่าเทียมกัน

เป็นคำขวัญที่ได้เห็นเป็นเบื้องแรก เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ศูนย์เรียนรู้โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย...บริหารงานโดย อบต. ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ เดิมเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่เจ้าของเดิมยอมขายให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแก้ว แม้จะมีชื่อเป็นโรงพยาบาล แต่บรรยากาศภายในบริเวณกลับแตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป

 

ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้ามาในบ้านมากกว่า บรรยากาศโดยรอบยังร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ยืนต้นรายรอบตัวบ้านที่แปลงเป็นโรงพยาบาล ให้ความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย ไม่อึดอัด หดหู่ เหมือนสถานพยาบาลทั่วไปที่พบเห็นเป็นส่วนใหญ่

 “เราเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โรงพยาบาลนี้เกิดขึ้นได้เพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร อบต.ดอนแก้ว เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้เหมาะสำหรับให้บริการกับชาวบ้านมาใช้บริการกว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเดิมที่อยู่อีกฝั่งของถนน ไม่สะดวกกับชาวบ้านที่จะต้องเดินข้ามถนนฝ่าการจราจรที่คับคั่งบนถนนสายเชียงใหม่-ฝาง เพราะค่อนข้างเสี่ยงอันตรายต่อผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มาใช้บริการเป็นประจำ

เมื่อได้รับมอบการโอนงานให้บริการสาธารณสุขให้มาอยู่ในความดูแลของ อบต.ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542

เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวบ้าน ผู้บริหาร อบต.เลยตัดสินใจซื้อที่ดินพร้อมบ้านหลังนี้มาทำเป็นโรงพยาบาลชุมชน ส่วนสถานีอนามัยเดิมอีกฟากถนนที่ได้รับโอนมานั้น ก็ทำเป็นที่ทำการหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเป็นห้องประชุมของ อสม.แทน

ซึ่งการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขไปอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลแทน ทั้งประเทศมีทั้งหมด 28 แห่ง แต่ขณะนี้ มีที่นี่แห่งเดียวที่ใช้ชื่อว่าโรงพยาบาลชุมชน”

นายสุริยัน แพรสี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว เล่าที่มาที่ไปของโรงพยาบาลชุมชน ที่เกิดขึ้นตามแนวคิด โรงพยาบาลคือบ้าน... บ้านคือโรงพยาบาล

เพราะแต่เดิมเจ็บไข้ได้ป่วยถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล คนดอนแก้วจะพึ่งพา รพ.นครพิงค์เป็นหลัก แต่ไปๆมาๆ สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนไป บ้านเมืองขยายตัวออกไปมาก ผู้คนเพิ่มจำนวนมากขึ้น

การไปรักษาที่ รพ.นครพิงค์ ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่ไปเช้าได้รักษาเช้า รวดเร็วทันใจ จนชาวบ้านรู้สึกเหมือนว่า รพ.นครพิงค์ เป็นของคนดอนแก้ว เป็นบ้านหลังที่สองของคนดอนแก้ว แต่วันเวลาที่ผันผ่าน บ้านเมืองเติบโตขึ้น คนจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น จะไปโรงพยาบาลที ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืด ทั้งที่โรงพยาบาลอยู่ห่างจากบ้านไม่เท่าไร

ไปแต่เช้ามืดแต่กว่าจะได้ตรวจกลับบ้านก็บ่ายคล้อย...ชาวบ้านเริ่มรู้สึกห่างเหิน ชืดชากับบ้านหลังที่สองแห่งนั้น จึงเรียกร้องอยากได้สถานพยาบาลที่ใกล้ตัว ใกล้บ้าน และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับบ้าน

เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้บริหาร อบต.จำต้องน้อมสนองความต้องการของประชาชน ผู้เป็นเจ้านาย มีอาญาสิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้ง

ถึงจะเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ บริหารโดย อบต. แต่การให้บริการทุกอย่างเหมือนกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลภายใต้การสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ มีเจ้าหน้าที่พยาบาล 2 คน นักวิชาการ 2 คน ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรแห่งนี้ โดยมีแพทย์ที่ทางโรงพยาบาลจ้างเอง 1 คน มาตรวจคนไข้ทุกวันจันทร์

และมีแพทย์ พยาบาลจาก รพ.นครพิงค์คู่สัญญากับโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว มาตรวจคนไข้ทุกอังคารและพฤหัสบดี

“เราเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ไม่มีเตียงคนไข้แบบนอนรักษาตัวแบบค้างคืน เรามีเตียงคนไข้ 2 เตียง ไว้รอดูอาการ หากคนไข้มีอาการหนัก จำเป็นต้องพักรักษาแบบค้างคืน ทางโรงพยาบาลจะมีรถพยาบาลของเราเองส่งต่อคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลประจำจังหวัดให้อีก
ต่อหนึ่ง”

ทุกอย่างมีเหมือนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แต่โรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้วยังมีบริการอย่างอื่นที่เหนือกว่า

“เนื่องจากคนในชุมชนที่มาใช้บริการที่นี้ ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมและเป็นผู้สูงอายุ มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคปวดเมื่อยตามข้อ ตามกล้ามเนื้อ ครั้นจะรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันจะมีการให้ยากินบรรเทาอาการปวด กินยาบ่อยไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย และชาวบ้านก็กังวลกับปัญหานี้มาก

เพื่อลดการกินยาและสนองความต้องการของชาวบ้าน ทางโรงพยาบาลจึงเปิดนวดแพทย์แผนไทยเพิ่มขึ้นมาบริการเป็นพิเศษเพื่อนวดบรรเทาอาการปวดให้กับผู้มาใช้บริการแทนการกินยา พร้อมจัดกิจกรรมผ่อนคลายออกกำลังกาย คลินิกเพื่อนสอนเพื่อน และจัดทำทางเดินหินสำหรับให้คนไข้ได้ถอดรองเท้าเดินนวดเท้า ค่าบริการ
ส่วนใหญ่จะให้บริการฟรีหมด แต่มีการตั้งตู้รับบริจาคแล้วแต่จะศรัทธาของคนไข้

และในอนาคตเร็วๆนี้ ทาง อบต.มีโครงการที่จะสร้างโรงนวดแบบสปาครบวงจรขึ้นมา ให้บริการทั้งนวดไทย ประคบร้อน และให้คนไข้กินยาสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบันด้วย”

เหนืออื่นใด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนตำบลดอนแก้ว ยืนยัน...การให้บริการดีกว่าเก่า พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องให้บริการประชาชนแบบยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา

ซึ่งได้ผลดี จากเดิมที่เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีคนไข้มาใช้บริการวันละ 20-30 ราย...แต่พอเปลี่ยนมาเป็นโรงพยาบาลชุมชน สังกัด อบต.ดอนแก้ว มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 50-70 ราย

เหตุที่เป็นเช่นนั้น นายสุริยัน สาเหตุหนึ่งมาจากการปรับปรุงให้บริการถูกใจ ตรงความต้องการชาวบ้านในชุมชนมากกว่าแต่ก่อน

อีกเหตุผลมาจากเมื่อเปลี่ยนสถานะจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นสังกัด อบต. สถานะของเจ้านายเปลี่ยนไป

จากที่ต้องคอยฟังคำสั่ง คอยรับใช้เจ้านายในกระทรวง...เปลี่ยนมาเป็นต้องคอยฟัง คอยน้อมสนองความต้องการของชาวบ้านแทน

ผลพวงของการกระจายอำนาจดีอย่างนี้แหละ...ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชนที่เป็นเจ้านายตัวจริง ไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน

ยังจะมีใครปรามาสอีกไหม...โอนงานให้บริการสาธารณะให้กับองค์การปกครองท้องถิ่น ไม่มีทางไปรอด ประชาชนไม่มีทางที่จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น

ที่กลัวๆกันนะ กลัวไม่ได้เป็นเจ้านายข่มเหงชาวบ้าน ใช่หรือเปล่า

คิดกันอยู่แค่นี้บ้านเมืองถึงไปได้ไม่ถึงไหน...ประชาชนไม่ได้เป็นใหญ่ ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเสียที.

 

แหล่งข้อมูล... http://www.thairath.co.th/content/269133